แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ออกกำลังกาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ออกกำลังกาย แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ระวังอ้วนมันจุกหัว "อันตราย" ถึงขั้นอัมพาต

อาการ "มันจุกหัว" ในที่นี้ก็คือ การที่ไขมันที่เรากินเข้าไปอุดหลอดเลือดให้ตีบตับ ในที่สุดก็ไม่มีเลือดพอขึ้นไปเลี้ยงเนื้อสมอง เสร็จ"อัมพาต"กันพอดี
อย่างไรก็ดี เราสามารถตรวจได้ด้วยตัวเองก่อน ดังนี้
1) ให้ลองยิงฟัน
2) ให้แลบลิ้น
3) ให้หลับตาปี๋
4) ให้พูดออกเสียง
5) ถามเวลา สถานที่และชื่อเสียงเรียงนามว่ายังจำได้ดีหรือไม่
แปลผลลัพธ์ 5 อาถรรพณ์แห่ง "มันจุกหัว"
1)หากยิงฟัน (แบบฉีกยิ้มถึงหูให้ยิ้มเหมือนตอนได้รับโบนัส) แล้วคอยสังเกตว่า ถ้ารอยยิ้มมันไม่สมมาตรกัน อาจเบี้ยวไปข้างหนึ่งละก็ระวังตัวไว้เลยว่าหลอดเลือดสมองฝั่งตรงข้ามน่าจะมีตีบหรือแตกแน่
2)หากแลบลิ้นแล้ว ลิ้นดูเอียงเฉไปอีกข้าง ก็คิดไว้ได้เลยว่าในสมองต้องมีอะไรไปอุดแน่
3)ให้ลองหลับตาปี๋สองข้างเหมือนเวลาเห็นผี ถ้าอยู่ดีๆ ตาข้างใดข้างหนึ่งเกิดหลับได้ไม่สนิทดี มันเป็นสัญญาณเตือนว่าสมองด้านหนึ่งเริ่มตัน ขาดเลือดไปเลี้ยงแล้ว
4)ให้ลองพูดออกเสียงดู ถ้าอยู่ดีๆเกิดพูดอ้อแอ้แบบไม่ได้แกล้งเมาดิบหรือ อาการจู่ๆพูดไม่ชัดนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าประสาทที่มาเลี้ยงเส้นเสียงมีปัญหาแล้ว ซึ่งศูนย์ใหญ่ของประสาทนี้ก็คือ"ก้อนสมอง"ของเราเอง
5)ถ้าถามชื่อแซ่ เวลา สถานที่แล้ว จำไม่ได้ หรือจำได้แต่ตอบออกมาแบบไม่ตรงคำถาม โดยคนถามไม่ใช่โจทก์เก่าหรือเจ้าหนี้ ถ้าอย่างนี้ต้องระวังว่า อาจมีการอุดตันหรือแตกในส่วนกลางของสมองที่เกี่ยวกับความจำหรือการพูดซึ่งมักเจอได้บ่อยในคนที่มี "มันจุกหัว"จ้า
5 สัญญาณเตือนเหล่านี้ อย่าปล่อยทิ้งไว้นานจนเกินไปเพราะจะทำให้แก้ไขไม่ทัน ถ้าหลอดเลือดเนื้อสมองถูกมันจุกจนตายไปหมดแล้ว หรืออย่างบางทีมีท่านผู้สูงอายุที่เริ่มมีไขมันในเลือดสูงมากจะเริ่มมีอาการหลงลืมง่าย มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปในทางเฉื่อยมากขึ้น ต้องระวังมั่กๆ
สูตรสำเร็จเผด็จ"มัน"
สูตรกินเพื่อไม่ให้มันจุกหัวและช่วยให้เรากินอาหารมันได้อร่อยขึ้น ไม่ต้องกินไปผวาไปราวกับอยู่ในสมรภูมิรบ มีให้นำไปใช้ดังนี้จ้า
1)กินกระเทียมสด กินสักวันละ 10 กลีบ หากน้ำหนักตัวน้อยกว่า 50 กิโลกรัม
แต่ถ้าน้ำหนักตัวมากกว่า 50 กิโลขึ้นไป ให้กินวันละ 15 กลีบเป็นอย่างต่ำ
2)กินหอมหัวใหญสดสด วันละครึ่งหัวเป็นอย่างน้อย
3)หารำข้าวโอ๊ต (Oat bran) มากินตอนเช้าสัก 1 ถ้วยตวง และตอนเย็นสัก 1 ถ้วยตวง เพราะข้าว โอ๊ตมีกากที่เหมือนกับฟองน้ำจึงช่วยดูดซับไขมันกับน้ำตาลในเลือดที่ล้นเกินได้ดี
4)หามันที่ดีมากินบ้าง อย่างพวกปลาเนื้อมัน หรือน้ำมันปลาสักวันละ 3 เม็ดเป็นอย่างน้อย แต่ถ้าคุณกินยาแอสไพรินอยู่ควรกินปลาสักวันละ 2 ขีดตามด้วย
5)เลี่ยงกินแป้งและน้ำตาล
6)ออกกำลังเพื่อล้างมัน โดยออกกำลังกายแบบสลับช่วง ประเภทที่ว่าออกหนักๆสัก2นาทีและผ่อนลงสัก 2นาที ทำอย่างนี้สักวันละครึ่งชั่วโมง, วิ่งสลับกับซิทอัพ หรือถ้าไม่ว่างก็ใช้วิธีแกว่งแขนไปข้างหน้า-หลังแบบง่ายๆก่อนนอนสักวันละ 1,000ครั้งก็ได้จ้า
7)กินอาหารผลาญไขมัน โดยเฉพาะที่มีสารแอล-คาร์นิทีนมากสักหน่อย โดยแอล-คาร์นิทีนนี้ช่วยนำไขมันไปเผาผลาญเป็นพลังงานในเซลล์ได้อย่างหมดจด ซึ่งธาตุที่จะช่วยแอล-คาร์นิทีนก็คือ พวกธาตุเหล็ก วิตามินซี และวิตามินบี โดยแหล่งใหญจะอยู่ในเนื้อสัตว์ไม่ว่าจะสีแดงหรือสีขาว รวมถึงนมวัวด้วย แต่มีน้อยมากในพืชผักจ้า
ต้องขอขอบคุณความรู้ดีๆที่มีให้เราได้อ่านกัน
อ้างอิง จากบทความสุขภาพ นิตยสารคู่สร้างคู่สม ฉบับที่ 630 นพ.กฤษดา ศิรามพุช